รีเซต

ผลการค้นหา “哪里可以制作美国护照卡{官网:bbzz58.com}广州哪里可以办英国留学签证-哪里可以制作纽罕文大学文凭毕业证[办证网:bbzz58.com]哪里可以办新西兰BM” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์
สิทธิพิเศษ

บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์

บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์ - บริการจองโรงแรมที่พัก โรงแรมชั้นนำทั้งภายในและต่างประเทศ และบริการจองที่นั่งสำหรับร้านอาหารชั้นนำ- บริการจัดจองตั๋วเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ บริการจองตั๋วภาพยนตร์, บัตรชมคอนเสิร์ต, งานแสดงต่าง ๆ- บริการสั่งดอกไม้- บริการจองรถกอล์ฟไฟฟ้า รับ-ส่งภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ประตูทางออกเครื่องจนถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองหรือจุดต่อเครื่อง- บริการจองล้างรถฟรี ที่ศูนย์บริการล้างรถโปรคลีน ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ- U Drink I Drive Service : บริการช่วยจัดหาพนักงานขับรถส่งถึงบ้านสามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. บริการพิเศษประสานงานเพื่อช่วยเหลือดูแล อำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคล (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)2. บริการอํานวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ที่ทรูเป็นผู้ประสานงานจัดหาเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น3. ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าบริการและสินค้าเอง

มิราเคิล เลาจ์
สิทธิพิเศษ

มิราเคิล เลาจ์

Miracle Lounge เป็นห้องรับรองพิเศษในสนามบินชั้นนำของไทย (สุวรรณภูมิและดอนเมือง) ที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการแบบครบวงจร จุดเด่นหลัก ได้แก่ ไลน์บุฟเฟต์จัดเต็ม: มีอาหารไทยและนานาชาติ ขนม ผลไม้ พร้อมบาร์เครื่องดื่ม (Soft Drinks และแอลกอฮอล์) ให้ทานแบบไม่อั้น สถานีปรุงอาหารสด (Show Kitchen): บางสาขามีเชฟคอยทำเมนูร้อนๆ หมุนเวียนกันไป เช่น ข้าวมันไก่ ผัดไทย หรือก๋วยเตี๋ยว สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน: มีบริการห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ, Wi-Fi ความเร็วสูง, ปลั๊กไฟสำหรับทำงาน และมุมพักผ่อนที่นั่งสบาย เข้าถึงง่าย: เปิดกว้างสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตระดับพรีเมียม หรือผู้โดยสารทั่วไปสามารถซื้อบัตรเข้าใช้บริการได้ทันที

พาลูกเที่ยว เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ขึ้นเครื่องบิน ต้องใช้เอกสารอะไร ทำยังไงบ้าง
อ่าน

พาลูกเที่ยว เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ขึ้นเครื่องบิน ต้องใช้เอกสารอะไร ทำยังไงบ้าง

คุณพ่อ คุณแม่ ใครกำลังมีแพลน พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ หรือ ในประเทศ กันอยู่ และไม่รู้ว่าต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ตามเรามาดูกันเลยค่ะว่า สำหรับ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ ขึ้นเครื่องบิน ต้องทำยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ เด็กอายุน้อยกว่า 7 ปี ขึ้นเครื่องบินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ใช้เอกสารอะไร ยืนยันตัวตน ต้องแสดง Boarding Pass ร่วมกับเอกสารยืนยันตนอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ สูติบัตร ฉบับจริง หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง หรือ เอกสารแทนหนังสือเดินทางที่กระทรวงการต่างประเทศออกให้ ทะเบียนบ้าน ฉบับจริง หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร ฉบับจริง บัตรประจำตัวคนพิการ ฉบับจริง เอกสารต้องใช้ฉบับจริงเท่านั้น ยกเว้น สูติบัตร และ ทะเบียนบ้าน อนุโลมให้ใช้สำเนาได้ในกรณีต่อไปนี้ ผู้เยาว์เดินทางพร้อมกับบิดาหรือมารดาที่มีชื่อระบุตามเอกสาร และบิดาหรือมารดาต้องแสดงเอกสารระบุตัวตนกับเจ้าหน้าที่ เดินทางพร้อมผู้ปกครองผู้เยาว์ตามกฎหมายนอกเหนือจากบิดาและมารดา โดยผู้ปกครองผู้เยาว์ต้องแสดงเอกสารทางกฎหมายที่ระบุความเป็นผู้ปกครอง เช่น คำสั่งศาล เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี การจองตั๋วเครื่องบิน ชื่อ-นามสกุล ใน Boarding Pass ต้องตรงตามสูติบัตร หรือ พาสปอร์ต เท่านั้น เคล็ดลับเพิ่มเติม พาลูกบินราบรื่นแบบมือโปร (สำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป) นอกจากเอกสารที่คุณแม่สายเที่ยวต้องเตรียมให้ครบแล้ว สิ่งที่คุณแม่นักเดินทางมีความกังวลมากที่สุดก็คือ ช่วงเวลาที่อยู่บนเครื่องบินค่ะ ซึ่งพื้นที่บนเครื่องบินที่มีจำกัด ทำให้การเตรียมอุปกรณ์ชงนมผง อาจไม่สะดวกเท่าไหร่นัก คุณแม่ยุคใหม่จึงนิยม นมที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องได้ง่าย และสะดวกสบาย เมื่อต้องชงนมให้ลูกน้อย เพียงบิดแล้วเท ก็พร้อมให้ลูกดื่มได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งมื้อดึก และตอนเดินทาง ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารสำคัญเทียบเคียงนมผงอย่างแน่นอนค่ะ ทำไมคุณแม่สายเที่ยว ต้องพก S-26 Gold นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ติดกระเป๋า ประหยัดพื้นที่ : นมรูปแบบใหม่เอาใจคุณแม่สายเที่ยว พกพาสะดวก ช่วยประหยัดพื้นที่ เพราะไม่ต้องพกกระติกน้ำร้อนหรือกระบอกแบ่งนมผงให้วุ่นวาย สะดวกง่าย : ลูกพร้อมดื่มได้ทันที เพียงแค่บิดฝาและเท เพื่อความยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ : "S-26 Gold" นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง มีสารอาหารหลากหลายเทียบเคียงนมผง ผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.s-momclub.com/sphingomyelin-speed-brain), DHA, Omega 369 พร้อมวิตามินบี 12 สูง มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง, โคลีน และลูทีน มั่นใจในความสะอาดและปริมาณสารอาหาร : หมดกังวลเรื่องปัญหาการชงนม ทั้งเรื่องความสะอาดหรือปริมาณสารอาหารที่ไม่สม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณแม่หรือใครเป็นคนเตรียมชงนมให้ลูก ก็มั่นใจได้ในมาตรฐานเดียวกัน S-26 Gold นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ที่คุณแม่มั่นใจได้ว่าสารอาหารเหมือนกันทุกหยด และสามารถพกพาและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ การเก็บรักษา : เมื่อเปิดแล้ว แนะนำให้ลูกดื่มให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง แต่หากดื่มไม่หมด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 24 ชั่วโมง สำหรับคุณแม่ที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย และลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการชงนมระหว่างการท่องเที่ยว S-26 Gold นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง นมรูปแบบใหม่นี้จะตอบโจทย์คุณแม่สายเที่ยวได้อย่างดีมากๆ เลยค่ะ รับรองว่าทริปครอบครัวคราวนี้สนุก ไม่มีสะดุดแน่นอน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.s-momclub.com/products/s-26-gold-3-ready-to-use Checklist ของต้องมีเมื่อพาเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ขึ้นเครื่องบิน เอกสารยืนยันตัวตน (ตามที่ระบุข้างต้น)เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องมีเอกสารยืนยันตัวตนสำหรับการเช็กอิน และผ่านด่านตรวจ เช่น พาสปอร์ตสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ หรือ เอกสารตามที่สายการบินกำหนด ในเที่ยวบินภายในประเทศ ควรตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ - นามสกุลให้ตรงกับตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในวันเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน Boarding Pass คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียม ตั๋วเครื่องบิน หรือ Boarding Pass ให้พร้อม ทั้งในรูปแบบดิจิทัล และเอกสารสำรอง เผื่อกรณีโทรศัพท์แบตหมดหรือระบบขัดข้อง การจัดเก็บเอกสารไว้ในที่หยิบง่ายจะช่วยให้การผ่านขั้นตอนสนามบินรวดเร็วและลดความวุ่นวาย ของเล่นชิ้นโปรด สมุดระบายสี แก้เบื่อ​ของเล่น หรือกิจกรรมที่ลูกคุ้นเคย จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ ลดอาการงอแงระหว่างรอขึ้นเครื่องหรือระหว่างบิน ควรเลือก ของเล่นขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และไม่มีเสียงดัง เช่น สมุดระบายสี สติกเกอร์ หรือของเล่นชิ้นโปรดของลูก สมุดวัคซีน เอกสารแพทย์ (หากลูกน้อยมีโรคประจำตัว)สมุดวัคซีน และเอกสารแพทย์ เป็นสิ่งสำคัญในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะ เอกสารเหล่านี้ช่วยให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม หากต้องเข้ารับการรักษาระหว่างเดินทาง เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของลูกน้อยควรเตรียมเสื้อผ้าสำรองอย่างน้อย 1-2 ชุด เผื่อกรณีเลอะ อาเจียน หรืออุบัติเหตุเล็กๆ ระหว่างเดินทาง รวมถึงเสื้อกันหนาวหรือผ้าห่มบางๆ เนื่องจากอุณหภูมิบนเครื่องบินมักค่อนข้างเย็น เด็กเล็กอาจหนาวได้ง่าย อาหารและนมสำหรับเด็กควรพกอาหารและนมที่ลูกคุ้นเคยไปด้วย เพื่อให้ลูกกินได้ตามเวลาและลดความเสี่ยงจากการแพ้อาหาร อาหารว่างหรือขนมเด็กยังช่วยให้ลูกสงบและอารมณ์ดีระหว่างการเดินทาง ขอบคุณข้อมูลจาก CAAT สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directive ไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ!
อ่าน

กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directive ไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ!

สิงคโปร์ยกระดับความเข้มงวดขั้นสุดเพื่อสกัดผีน้อย และยกระดับความปลอดภัยชายแดน วันนี้ Travel.TrueID จะพาทุกคนไปเจาะลึกมาตรการใหม่ No-Boarding Directive (NBD) ว่าคืออะไร แล้วเราต้องเตรียมตัวยังไงไม่ให้ทริปล่มตั้งแต่อยู่ที่ไทยครับ กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directiveไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ! ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ (ICA) ได้เริ่มใช้มาตรการ "No-Boarding Directive" หรือเรียกสั้นๆ ว่า NBD ซึ่งเป็นตัวช่วยคัดกรองนักเดินทางตั้งแต่ต้นทาง กันเลยทีเดียว มาตรการ NBD คืออะไร? ปกตินักท่องเที่ยวไทยมักจะไปลุ้นกันที่ด่าน ตม. ที่สนามบินชางงีใช่ไหมครับ? แต่กฎใหม่นี้คือการเช็กก่อนบิน ครับ โดยทาง ICA จะนำข้อมูลผู้โดยสารที่สายการบินส่งให้มาทำการตรวจสอบล่วงหน้า หากระบบพบว่าใครเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่พึงประสงค์ หรือไม่มีคุณสมบัติ/เอกสาร ไม่ครบตามข้อกำหนดในการเข้าประเทศ (เช่น เข้าข่ายมาทำงานผิดกฎหมายหรือผีน้อย) ICA จะส่งคำสั่ง NBD ไปยังสายการบินทันที เพื่อระงับการออกบัตรที่นั่ง (Boarding Pass) ทำให้เราอดบิน ตั้งแต่ตอนเช็กอินที่ไทยนั่นเอง เพื่อให้ผ่านฉลุยแบบไร้กังวล พนักงานสายการบินอาจมีการตรวจสอบเอกสารเหล่านี้เพิ่มเติมก่อนให้ขึ้นเครื่องครับ ตั๋วเครื่องบินขากลับ ✈️: ต้องมีหลักฐานการจองตั๋วกลับไทย หรือตั๋วไปประเทศที่สามอย่างชัดเจน (ห้ามซื้อตั๋วขาเดียว) หลักฐานที่พัก 🏨: ใบจองโรงแรมต้องระบุชื่อเราชัดเจน หรือหากพักกับคนรู้จัก ต้องมีที่อยู่และเบอร์ติดต่อในสิงคโปร์ที่ตรวจสอบได้ แผนการท่องเที่ยว 🗺️: ควรเตรียมแผนคร่าวๆ ว่าจะไปที่ไหนบ้าง เพื่อยืนยันว่าเรามาเที่ยวจริงๆ พาสปอร์ต 📕: ต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ถ้าโดนปฏิเสธการขึ้นเครื่อง ต้องทำยังไง? หากใครที่ถูกสั่ง NBD แต่ยังยืนยันว่าต้องการเข้าประเทศสิงคโปร์ คุณไม่สามารถจองตั๋วใหม่แล้วไปเสี่ยงดวงอีกรอบได้ทันทีนะครับ แต่จะต้อง ติดต่อขออนุมัติจาก ICA เป็นกรณีพิเศษ เพื่อขออนุมัติเป็นกรณีไปก่อนจัดเที่ยวบินใหม่ ====================

10 ที่เที่ยวต่างประเทศไม่ควรพลาด 2569 โดย Booking.com
อ่าน

10 ที่เที่ยวต่างประเทศไม่ควรพลาด 2569 โดย Booking.com

ปี 2026 นี้ เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ "Be Yourself" มาแรงสุดๆ! ใครที่เบื่อที่เที่ยวเดิมๆ อยากออกไปค้นหาตัวเองในมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านชาวประมงสุดคูล หรือเมืองอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนเป็นแลนด์มาร์คสุดชิค วันนี้เราคัดเน้นๆ กับ 10 จุดหมายปลายทางที่ Booking.com คอนเฟิร์มว่ามาแน่! จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมจดลิสต์แล้วจองตั๋วรอเลย 10 ที่เที่ยวต่างประเทศไม่ควรพลาด 2569 โดย Booking.com 1. มุยเน่, เวียดนาม (Mui Ne, Vietnam) เมืองชายทะเลบรรยากาศสบาย ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนาม ที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมไว้ได้อย่างลงตัว จากหมู่บ้านชาวประมงเงียบสงบในอดีต มุยเน่กลายเป็นจุดหมายยอดฮิตของสายพักผ่อนและสายแอดเวนเจอร์ ด้วยชายหาดสีทอง สายลมแรงเหมาะกับการเล่นไคท์เซิร์ฟ รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ริมชายหาด ที่พักแนะนำ: รีสอร์ทที่ซ่อนตัวอยู่ริมชายหาดส่วนตัวSailing Club Resort Mũi Nจะมอบประสบการณ์การพักผ่อนในสไตล์บูทีค ท่ามกลางสวนป่าเขตร้อนชื้นและดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นเวียดนามอันงดงาม 2. บิลเบา, สเปน (Bilbao, Spain) จากเมืองอุตสาหกรรมสู่เมืองศิลปะและวัฒนธรรมสุดคูลแห่งแคว้นบาสก์ บิลเบาโดดเด่นด้วยพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์อันเป็นไอคอน ย่านเมืองเก่า Casco Viejo ที่เต็มไปด้วยตรอกเล็ก ๆ ร้านพินโชส์ และบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ อีกทั้งยังใกล้ธรรมชาติทั้งภูเขาและชายฝั่งทะเล ที่พักแนะนำ : Bilder Boutique Hotelซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองจะมอบประสบการณ์การเข้าพักแบบอบอุ่นเป็นกันเองให้กับผู้เข้าพัก โดยมีโรงละครArriagaอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว และสถานีรถไฟAbandoเดินเพียง6นาที 3. บาร์รังกีญาประเทศโคลอมเบีย (Barranquilla, Colombia) เมืองสีสันสดใสบนชายฝั่งแคริบเบียน ที่ขึ้นชื่อเรื่องเทศกาลระดับโลกอย่าง Carnaval de Barranquilla เต็มไปด้วยดนตรี การเต้นรำ และวัฒนธรรมท้องถันอันมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมแม่น้ำ ชมสตรีตอาร์ต และลิ้มลองอาหารโคลอมเบียนแท้ ๆ ที่พักแนะนำ : Hotel El Pradoโรงแรมระดับตำนานของเมือง ผสานสถาปัตยกรรมสเปนคลาสสิกกับบรรยากาศรีสอร์ตใจกลางเมือง 4. ฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐอเมริกา (Philadelphia, USA) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังจะคึกคักเป็นพิเศษในปี 2569 เนื่องในวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศอิสรภาพ พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองและอีเวนต์กีฬาระดับโลกมากมาย เหมาะสำหรับสายประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความบันเทิง ที่พักแนะนำ : Large 3BR Apts Studios, Gym, Game Roomในย่านFrancisville อพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ เหมาะกับการพักเป็นกลุ่ม เดินทางเข้าเมืองสะดวก 5. กวางโจว, จีน (Guangzhou, China) มหานครทางตอนใต้ของจีนที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่วัดเก่าแก่ โรงน้ำชาติ่มซำ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมยุโรปบนเกาะซาเมี่ยน เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะกับสายกิน สายวัฒนธรรม และนักเดินทางที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ในจีน ที่พักแนะนำ: Langham Place โรงแรมหรูริมแม่น้ำเพิร์ล พร้อมสปาและห้องอาหารมิชลินสตาร์ มาตรฐานระดับโลก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ 6.ซัล, เคปเวิร์ด(Sal, Cape Verde) เกาะสวรรค์กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่รวมวัฒนธรรมแอฟริกัน และโปรตุเกสไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยชายหาดทรายขาว จุดเล่นวินด์เซิร์ฟระดับโลก และบรรยากาศเรียบง่าย เหมาะกับการพักผ่อนแบบ slow life ที่พักแนะนำ: ROBINSON Cabo Verdeในซานตามาเรีย เป็นรีสอร์ตริมชายหาดบนเกาะซัลซึ่งเป็นหาดทรายขาวมีความยาว8กิโลเมตร มีกิจกรรมกลางแจ้งครบครัน ทั้งโยคะ วินด์เซิร์ฟ และสปา 7.มาเนาส์ บราซิล (Manaus, Brazil) ประตูสู่ป่าฝนแอมะซอน เมืองที่ธรรมชาติ และวัฒนธรรมหลอมรวมกันอย่างน่าทึ่ง ไฮไลต์คือการล่องเรือชมปรากฏการณ์ Meeting of Waters ซึ่งแม่น้ำริโอเนโกรสีเข้มและแม่น้ำโซลิโมเอสสีน้ำทรายไหลเคียงข้างกันโดยไม่ผสมกัน และการสัมผัสวิถีชีวิตชนพื้นเมือง ที่พักแนะนำ : Hotel Villa Amazniaตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ผสานกับความสะดวกสบายสมัยใหม่เข้ากับเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ ใกล้โรงละคร Teatro Amazonas 8.มึนสเทอร์, เยอรมนี (Mnster, Germany) เมืองประวัติศาสตร์ที่เหมาะกับการเดินเที่ยวและปั่นจักรยาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิก ถนนหินโบราณ ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า1,200ปี และบรรยากาศสงบแต่มีชีวิตชีวาจากนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ที่พักแนะนำ : Boardinghouse Mnster อพาร์ตเมนต์สไตล์โมเดิร์น ภายในมีครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน เดินทางไปยังย่านเมืองเก่า และพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวาของมึนสเทอร์ได้อย่างสะดวก 9. โคชิน อินเดีย (Cochin, India) เมืองริมน้ำแห่งอินเดียใต้ ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายการค้า และวัฒนธรรมจากหลากหลายชาติ ย่าน Fort Kochi เต็มไปด้วยศิลปะ คาเฟ่เก๋ และอาหารท้องถิ่นรสจัดจ้าน นักเดินทางสามารถเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศเฉพาะตัวคลอไปกับคฤหาสน์สีสันสดใส คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะสุดชิค รวมถึงอวนจับปลาอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนที่ไหวเอนอยู่บนขอบฟ้าแห่งทะเลอาหรับ ที่พักแนะนำ: Forte Kochiโรงแรมมรดกทางประวัติศาสตร์ระดับ5ดาวบนถนนPrincess Streetผสานความสง่างามเหนือกาลเวลากับความสะดวกสบายสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันบรรยากาศคลาสสิกและเงียบสงบ 10. พอร์ตดักกลาส, ออสเตรเลีย (Port Douglas, Australia) เมืองชายฝั่งที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ สะท้อนความงดงามของชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลียและเป็นประตูสู่แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกถึงสองแห่ง นั่นคือ แนวปะการัง Great Barrier Reef และป่าฝนเดนทรี ป่าฝนเขตร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ ดำน้ำ เดินป่า และพักผ่อนริมทะเล ที่พักแนะนำ: Coconut Grove Port Douglas พักขนาดเล็กตกแต่งสไตล์อพาร์ตเมนต์ และศิลปะร่วมสมัย บรรยากาศเงียบสงบใจกลางเมืองพอร์ตดักกลาสภายในที่พักยังมีสระแช่ตัวส่วนตัว สวนสไตล์เขตร้อนอันร่มรื่น และพื้นที่สำหรับทำบาร์บีคิว ====================

วีซ่าท่องเที่ยวไม่กระทบ! สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าพำนักถาวร สำหรับ 75 ประเทศ รวมไทย
อ่าน

วีซ่าท่องเที่ยวไม่กระทบ! สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าพำนักถาวร สำหรับ 75 ประเทศ รวมไทย

หลายคนน่าจะกังวลใจกับข่าว สหรัฐอเมริกาประกาศระงับกระบวนการ พิจารณา/ออกวีซ่า ที่กำลังเผยแพร่กันอยู่ตอนนี้ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะตอนนี้ยังมุ่งเน้นไปที่วีซ่า พำนักถาวร (Immigrant Visa) เท่านั้น สำหรับผู้สมัครจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมาตรการจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 21 ม.ค. 2569 (2026) เป็นต้นไป เป็นมาตรการชั่วคราวที่ไม่กำหนดเวลาสิ้นสุด จนกว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะทบทวนและปรับขั้นตอนการตรวจสอบผู้สมัครใหม่ (เช่นการประเมินความเสี่ยงว่าจะเป็นภาระสาธารณะ - public charge) ให้มั่นใจได้ว่าผู้อพยพใหม่จะไม่สร้างภาระต่อระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าพำนักถาวร สำหรับ 75 ประเทศ รวมไทย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากการที่ผู้ย้ายถิ่นฐานจากบางประเทศ เข้ามาใช้สวัสดิการของประชาชนชาวอเมริกันในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้ รัฐบาลจึงต้องการหยุดกระบวนการออกวีซ่าชั่วคราว เพื่อให้แน่ใจว่าผู้อพยพรายใหม่จะไม่เข้ามาเอาเปรียบหรือสร้างภาระต่อระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ ประเทศที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนหลายสิบประเทศ เช่น โซมาเลีย, เฮติ, อิหร่าน, เอริเทรีย, ไทย รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ทางการสหรัฐฯ ประเมินว่าผู้ย้ายถิ่นจากประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นภาระต่อสังคมเมื่อเดินทางเข้าประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่านโยบายนี้เดินหน้าโดยยึดหลัก America Firstและจะไม่ปล่อยให้ความเอื้อเฟื้อของประชาชนชาวอเมริกันถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดอีกต่อไป สมัครได้ สัมภาษณ์ได้ แต่ยังไม่ออกวีซ่า แม้จะมีการระงับดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า ผู้ขอวีซ่าผู้พำนักถาวรจากประเทศที่ได้รับผลกระทบยังสามารถยื่นใบสมัครและเข้าสัมภาษณ์ได้ตามปกติ สถานทูตและสถานกงสุลจะยังคงเปิดรับคำร้อง และจัดตารางนัดหมายให้ผู้สมัครต่อไป แต่ในช่วงเวลาที่มาตรการนี้ยังมีผล จะยังไม่มีการออกวีซ่าผู้พำนักถาวรให้กับผู้สมัครจากประเทศเหล่านี้ ใครบ้างที่ไม่โดนผลกระทบจากการระงับนี้ ผู้ขอวีซ่าที่ถือ สองสัญชาติ และมี หนังสือเดินทางของประเทศที่ไม่อยู่ในรายชื่อ 75 ประเทศ จะได้รับการ ยกเว้นจากมาตรการระงับนี้ สำหรับผู้ที่ มีวีซ่าผู้พำนักถาวรอยู่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไม่มีการเพิกถอนวีซ่าที่ออกไปแล้ว มาตรการนี้ใช้เฉพาะกับ ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าใหม่เท่านั้น วีซ่าท่องเที่ยว / วีซ่าชั่วคราว ยังไม่ถูกระงับ มาตรการครั้งนี้ ไม่รวมวีซ่าประเภทชั่วคราว (Nonimmigrant Visa) เช่น วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าธุรกิจ วีซ่านักเรียน วีซ่ารักษาพยาบาล วีซ่าทำงานชั่วคราว ผู้ที่ถือวีซ่าเหล่านี้ และออกก่อนวันที่ 21 ม.ค. 2569 ยังสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ตามปกติ ตราบใดที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ แต่อาจต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นในขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ====================

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

15 ร้านบุฟเฟ่ต์ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 2026 อิ่มไม่อั้น อร่อยฟินจุกๆ
อ่าน

15 ร้านบุฟเฟ่ต์ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 2026 อิ่มไม่อั้น อร่อยฟินจุกๆ

เดินช้อปแล้วท้องร้อง ต้องโดน บุฟเฟ่ต์ ฟิวเจอร์ พาร์ค อร่อยแบบจัดเต็มไม่มีอั้น ลิสต์นี้เลย 15 ร้านบุฟเฟ่ต์ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 2026อิ่มไม่อั้น อร่อยฟินจุกๆ สายกินไม่ควรพลาด แต่ละร้านคือมีทุกความฟินสุดหยุดไม่อยู่ เอาใจทุกสาย มาเต็มทั้ง ปิ้งย่าง ชาบู บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ชาบูหม่าล่า อาหารญี่ปุ่น รับรองว่าฟินครบจบในที่เดียว! ตามไปลุยกันเลย! ร้านบุฟเฟ่ต์ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 2026 1. Mo-Mo-Paradise Mo-Mo-Paradise - โมโม พาราไดซ์บอกเลยว่าเป็นร้านชาบูสุดพรีเมี่ยมที่คนรักชาบูต้องเลิฟ ด้วยเนื้อคุณภาพดี มีให้เลือกหลากหลาย ฟินได้ทั้งสายเนื้อ และสายหมู บอกเลยว่าคุ้มเกินคุ้ม ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์ หรือเซ็ต A la cart ก็ดีต่อใจไปหมด เลือกได้ตามความฟินเลยจ้า พิกัด : ชั้น 2 โซนห้าง Zpellฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/ThaiMoMoParadise/ 2. Shabu Smile - ชาบู สไมล์ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Arkiro ชาบู สไมล์ - สายชาบูต้องรู้ ! อีกหนึ่งร้านชาบูเจ้าเด็ดที่ต้องไปลองให้ได้ค่ะ อิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูกว่า 60 รายการ ในรูปแบบของบุฟเฟ่ต์อิ่มได้ไม่อั้น ในราคามิตรภาพ 299 คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ! กับวัตถุดิบคุณภาพดี จัดเต็มทั้งหมู และเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มาอิ่มอร่อยกันได้ไม่อั้น ยังไงก็ฟิน ตามไปโดนกันโลดดดด ดูบทความรีวิวเพิ่มเติม : รีวิวสายบุฟเฟ่ต์ที่ Shabu Smile ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Arkiro พิกัด : ชั้น B โซน Robinson ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/ShabuSmile/ 3. Tenjo Sushi Yakiniku Premium Buffet ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Natpromise Tenjo Sushi Yakiniku Premium Buffet - สายบุฟเฟ่ต์ต้องกดเลิฟให้ที่นี่รัวๆ เพราะนอกจากที่นี่จะมีบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างเนื้อดีๆ ระดับพรีเมียมแล้ว ยังมีบุฟเฟ่ต์ซาซิมิแบบไม่อั้นอีกด้วย! ไหนจะกุ้งแม่น้ำตัวเป้งอีก บอกเลยว่าเมนูละลานตาสุดๆ อร่อยจบครบในที่เดียวไม่ไหว ไปค่ะ หิวแล้วต้องพุ่ง! ดูบทความรีวิวเพิ่มเติม : รีวิว Tenjo Shushi Yakiniku Premium Buffet กินอาหารในร้านสาขา Terminal 21 ชั้น 4 ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Natpromise พิกัด : ชั้น 2 ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/TenjoSushiYakiniku/ 4. You I Suki Buffet You I Premium Suki Buffet บุฟเฟ่ต์ชาบูสุดพรีเมี่ยม! ไม่ว่าจะเป็นสายเนื้อ หรือสายหมู ก็ต้องร้องฟิน! อิ่มอร่อยกับ หมูคุโรบูตะ สันคอหมู สันนอกหมู เบคอน เนื้อโมโมะ เสือร้องไห้ เนื้อวากิว เนื้อใบพายนอก เนื้อแกะ รวมถึงซีฟู้ดต่างๆ มากมาย และเมนูอื่นๆ อีกกว่า 70 รายการเลยทีเดียว รับรองว่ามาที่นี่มีแต่คุ้ม แถมมีให้เลือกหลายราคาตามความหิว และความพรีเมียมของเนื้อ ใครยังไม่เคยโดนต้องลอง! ประทับใจแน่นอนค่า ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : You I Premium Suki Buffet สยามเซ็นเตอร์ ของกินแบบจุกๆ แบบไม่อั้น! พิกัด : ชั้น 2 โซน Robinson ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/youandisuki/ 5. AKA Japanese Restaurant ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Arkiro AKA Japanese Restaurant ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่เราสามารถไปอร่อยกับเนื้อระดับพรีเมียมหลากหลายเมนูแบบไม่อั้น จัดเต็มทั้งหมู และเนื้อ รวมถึงเมนูซีฟู้ด กุ้งแม่น้ำโตๆ เครื่องเคียง และอาหารทานเล่นมากมาย บอกเลยว่าอิ่มอร่อยสุดคุ้มจริงๆ เป็นร้านโปรดในดวงใจของสายปิ้งย่างหลายๆ คนแน่นอน ไม่ตามไปเช็คอินไม่ได้แล้วค่า ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : รีวิวบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง AKA ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Arkiro พิกัด : ชั้น B ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/akarestaurant 6. Shabushi ชาบูชิ Shabushi (ชาบูชิ) ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูสายพานสไตล์ญี่ปุ่นสุดฟิน นอกจากจะมีเมนูชาบูมากมายค่อยๆ เสิร์ฟมาตามไลน์สายพานให้ได้หยิบลงหม้อต้มกันแบบฟินๆ ที่นี่ยังมีเมนูซูชิ และอาหารทานเล่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวแกงกะหรี่ เทมปุระ เกี๊ยวซ่า อิ่มอร่อยไม่อั้นกันไปเลยจุกๆ พิกัด : ชั้น B ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/oishifoodstation/ 7. ZEN Japanese Restaurant ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Muffin007 ZEN Japanese Restaurant บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัวหรือคู่รัก มากับเพื่อนหรือมายกแก๊งค์ ก็จัดเต็มกันได้แบบสุดคุ้ม เพราะที่ยี่มีหลากหลายความอร่อยเลือกสั่งได้เพราะที่สุดของบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมต้องที่นี่เลย! ดูบทความรีวิว ที่ : สาวกปลาดิบห้ามพลาด!! ZEN Premium Buffet ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Muffin007 พิกัด : ชั้น 2 ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Zenjapaneserestaurant/ 8. Sukishi ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Jira เอาใจสายปิ้งย่างกันบ้างที่ร้าน Sukishi กับโปร Sukishi สุข Overload กองทัพอาหารคุณภาพพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว ซีฟู้ด พร้อมอีกกว่า100เมนู ทานได้ไม่อั้นทั้ง ซี่โครงหมูหมักซอสสไตล์เกาหลี เนื้อแกะAUS หอยนางรมเกาหลี มันปูหน้าล้นๆ ปลาไหลย่างหอมๆ กุ้งและแซลมอนดองซีอิ๊วเกาหลี ซูซิ อาหารเกาหลี จัดเต็มไม่อั้น ดูบทความรีวิว ที่ : รีวิว ปิ้งย่าง Sukishi ที่มีแซวมอนดอง กุ้งดองไม่อั้น นั่งในห้างเย็นๆ ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Jira พิกัด : ชั้น B ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/sukishifanclub 9. Sizzler Sizzler ร้านสเต๊กที่ทุกคนต้องไปทาน บุฟเฟ่ต์สลัดบาร์แบบไม่อั้น เพราะแค่เราสั่งอาหารจานหลัก ก็จะได้ฟินกับกองทัพผักสดๆ น้ำสลัดหลากหลายชนิด ที่เราสามารถมิกซ์เองได้ตามใจ สปาเก็ตตี้ ซุป ผลไม้ และของหวานแสนอร่อยอย่างมูสช็อกโกแลตซิสเลอร์ บอกเลยว่าอร่อยคุ้ม พิกัด : ชั้น 2 ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต โซนโรบินสัน ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/SizzlerThai 10. Mongkok Sukiyaki ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Trip Diary : เที่ยวนี้ไปไหนดี ไปลุยกันต่อที่อีกหนึ่งร้านเด็ด Mongkok Sukiyaki บุฟเฟ่ต์สุกี้ยากี้ ชาบูหม้อไฟสไตล์ฮ่องกง รสชาติต้นตำรับ อร่อยไม่แพ้เจ้าอื่นเลยค่ะ แต่แตกต่างที่ที่นี่เราจะมีหม้อชาบูเป็นของตัวเอง แบบที่ยังสามารถนั่งเป็นโต๊ะกับเพื่อนร่วมทางอร่อยได้ ฮ่าๆๆ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นอีกร้านที่ต้องห้ามพลาดจริงๆ เลือกอร่อยได้หลายเมนู วัตถุดิบสดใหม่พรีเมี่ยม จัดเต็มพร้อมเครื่องดื่มและของหวานที่มีให้เลือกแบบละลานตา ไม่ไปไม่ได้แล้วค่า ดูบทความรีวิวเต็มๆ ที่ : บุฟเฟต์ชาบูฮ่องกง อิ่มแบบจุกๆ ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Trip Diary : เที่ยวนี้ไปไหนดี พิกัด : ชั้น B ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/mongkoksukiyakibuffet/ 11. Wisdom International Buffet ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Onetotea92 Wisdom International Buffet ร้านบุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมี่ยม Fine Dining Buffet ร้านบุฟเฟ่ต์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ที่ใจกลางเมืองย่านสยามสแควร์ แต่ถึงที่นี่จะเป็นร้านเปิดใหม่ แต่บอกเลยว่าความปัง และกระแสบวกของเค้ามาแรงมากนะจ๊ะ เมนูอาหารของเค้าหลากหลายมาก พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น และตะวันตก เรียงแถวกันมาแบบครบครัน และทุกคนพูดตรงกันว่าอาหารของที่นี่ทั้งอร่อย และคุณภาพเลิศๆ อ่ะใครอยู่แถวสยามก็ไปลิ้มลองความอร่อยสุดคุ้มนี้ได้เลย ดูบทความรีวิวเต็มๆ ที่ : รีวิว Wisdom International Buffet 2566 บุฟเฟต์นานาชาติระดับพรีเมียม ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Onetotea92 พิกัด : ชั้น 2 ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WisdomBuffetTH 12. AKIYOSHI (อากิโยชิ) Akiyoshiร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ สูตรต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น คัดเนื้อคุณภาพดีลายสวยมาให้ลิ้มลอง สำหรับน้ำซุปมีให้เลือกเป็นชาบูชาบู ซุปใส น้ำจิ้มเป็นซอสงาและพอนซึ และสุกี้ยากี้น้ำดำ รสชาติเข้มข้น อร่อยเพลินกับน้ำซุปหอมกรุ่นและเนื้อสไลด์นุ่มๆ ละลายในปาก เรียกได้ว่าเป็นมื้อที่ดีต่อใจ ซึ่งร้านี้มีหลายสาขามาก ใครใกล้ที่ไหนก็นัดเพื่อนแล้วไปกันได้เลยจ้าา พิกัด : ZPELL ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล ร้านเปิดบริการ : 11.00-22.00 น. เว็บไซต์ :www.facebook.com/AkiyoshiRestaurant 13. Oishi Eaterium ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Harukijung Oishi Eaterium (โออิชิ อีทเทอเรียม) ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์ ให้คุณได้สัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ภายใต้ 3 แนวคิด ส่วนผสมที่ลงตัวประกอบด้วย EAT-EXPLORE-PREMIUM นำเสนออาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมจากวัตถุดิบ ที่คัดสรรและส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ผสานกับวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นอย่างลงตัว กับประสบการณ์ครั้งแรกของการรับประทานอาหารที่ให้ความสนุกเพลิดเพลินไปกับเส้นทางแห่งรสชาติที่หลากหลาย ดูบทความรีวิว ที่ : พาไปกิน Oishi Eaterium ภาพจาก ทรูไอดีครีเอเตอร์ : Harukijung พิกัด : ชั้น B ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/oishifoodstation/ 14. Papper Buffet Papper Buffet ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ญี่ปุ่น ยุโรป เกาหลี จีน กว่า 200 เมนู อิ่มอร่อยแบบไม่อั้น 3 ชม.เต็ม บอกเลยว่าคุ้มมากกก! เพราะมีอาหารให้เลือกแบบละลานตา วัตถุดิบสดใหม่ อร่อยถูกปาก ใครที่เดินเล่นฟิวเจอร์แล้วท้องร้องหนักมาก ต้องลองมาแวะชิมสักครั้ง พิกัด : ชั้น 2 โซนห้าง Zpellฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Papper.Buffet.Rangsit/ 15. Bogeul Bogrill ปิดท้ายไปด้วยร้าน BoGeul BoGrill จัดเต็มความอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นสายเนื้อเลิฟเวอร์ หรือสายซูชิ ซาชิมิ ก็ต้องห้ามพลาด ครบจบในมื้อเดียว น้ำซุปเข้มข้น น้ำจิ้มรสเด็ด ข้าวร้อนๆ เครื่องเคียงหลากหลาย และของหวานปิดท้าย พิกัด : ชั้น B ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/BogeulBogrill/ บทความที่คุณอาจสนใจ 25 ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบู ร้านฮิต ในกรุงเทพ อร่อยคุ้มติดใจ ไม่ไปคือพลาด 12 ร้านบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ชาบู จะจุ่ม จะปิ้ง ก็อร่อยได้ในราคาเดียว สูตรทำ สุกี้ญี่ปุ่น ชาบูน้ำดำ น้ำซุปเข้มข้นหอมอร่อย ปาร์ตี้ไหนก็ฟิน

เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก สาย Introvert น่าไปลอง
อ่าน

เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก สาย Introvert น่าไปลอง

เกาะกวม เป็นที่เที่ยวที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ในหมู่คนไทยนัก แต่ก็นับว่าน่าสนใจสำหรับคนที่อยากปลีกวิเวกไปอยู่เกาะกลางแปซิฟิกแบบสวยจัดๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเล็กสไตล์อเมริกัน เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก เกาะกวมคือที่ไหน? ไปยังไง? กวม (Guam) กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา มีเมืองหลวงคือ ฮากัตญา (Hagta) เป็นดินแดนปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ถือว่าใกล้ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์มากกว่าสหรัฐฯ เองด้วยซ้ำ สำหรับคนไทยการไปเที่ยวเข้าเกาะกวม จะต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ ก่อน ไฟลต์บินจากไทยจะต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง เช่น ที่ญี่ปุ่น เกาหลี หรือฟิลิปปินส์ ใช้เวลาเดินทางรวมๆ ประมาณ 7-9 ชั่วโมง แล้วแต่สายการบิน กวมมีอะไร ทำไมถึงน่าไป? ถ้าชอบทะเล ชอบความชิล และไม่อยากเจอฝูงนักท่องเที่ยวเยอะๆ กวมคือตอบโจทย์สุดๆ ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบาหลีผสมฮาวายแต่คนน้อยกว่าครึ่งนึง แถมยังมีความเป็นอเมริกันผสมเอเชีย มีห้างใหญ่ ร้านแฟชั่น อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี-อเมริกันครบ แต่บรรยากาศยังคงความเป็นท้องถิ่น และเงียบสงบอยู่มาก พักที่ไหนได้? แนะนำพักแถว Tumon Bay เพราะเป็นย่านหลักของการท่องเที่ยว มีโรงแรมตั้งแต่ 3 ดาวยัน 5 ดาวให้เลือกเยอะสุด ที่สำคัญคือใกล้ทะเล เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงหาด น้ำใสจนต้องหยิบกล้องมาถ่ายทุกครั้งที่ออกจากห้องพัก ที่สำคัญที่นี่มีที่พักที่คนไทยรู้จักดีอย่าง Dusit Thani Guam ด้วยนะ Bossa Art / Shutterstock.com เช่ารถขับรอบเกาะ สนุกกว่าที่คิด! ถ้ามาเที่ยวกัน 2-3 คนขึ้นไป แนะนำเช่ารถขับได้เลย เพราะบนเกาะถนนดี ขับง่าย แต่ว่ารถจะขับพวงมาลัยซ้ายแบบอเมริกัน ไม่มีรถติด (ยกเว้นมีงานอีเวนท์) และวิวระหว่างทางถือว่าดีมากๆ เส้นทางรอบเกาะประมาณ 1 วันก็ขับครบ จุดแวะระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Two Lovers Point จุดชมวิวบนหน้าผา เห็นอ่าว Tumon ทั้งอ่าว มีตำนานความรักพื้นเมือง Inarajan Natural Pools บ่อน้ำทะเลธรรมชาติที่คนท้องถิ่นชอบมาเล่นน้ำกัน Umatac Village หมู่บ้านเล็กๆ สไตล์สเปนโบราณ มีซากป้อมปราการเก่าให้เดินชม Talofofo Falls น้ำตกกลางป่า เหมาะกับสายธรรมชาติ กวม มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง? 1. ดำน้ำดูปะการัง กวมคือสวรรค์ของคนชอบดำน้ำตื้น (snorkeling) และดำน้ำลึก (scuba diving) ปะการังหลากหลาย น้ำใสเหมือนกระจก จุดยอดฮิต เช่น Gun Beach, Ypao Beach, หรือจะซื้อทริปออกเรือไปดำน้ำก็มีให้เลือกเพียบ 2. พาราเซล เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท กิจกรรมทางน้ำคือจัดเต็ม มีครบทุกอย่าง ใครสายแอดเวนเจอร์ต้องลองพาราเซล เพราะเห็นวิวเกาะจากมุมสูงคือสวยจัด 3. ช้อปปิ้งของแบรนด์เนมปลอดภาษี เพราะกวมเป็นดินแดนปลอดภาษี (duty free) จะซื้อกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แบรนด์ดังต่างๆ ราคาจะถูกกว่าที่อื่น มีทั้ง DFS Galleria, Micronesia Mall, และร้านแบรนด์ในโรงแรม 4. ลองกินอาหารท้องถิ่น ต้องลอง BBQ ชามอร์โร รสชาติออกเค็มนิด หอมกลิ่นรมควันสุดๆ กินกับข้าวแดง (red rice) และน้ำจิ้มแบบท้องถิ่น อร่อยแบบติดใจเลย กวมนับเป็น Hidden Gem ของแปซิฟิกที่ไม่ควรมองข้ามเลย ทั้งธรรมชาติที่ยังสดใส อาหารอร่อย ความผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ลงตัว และที่สำคัญคือผู้คนน่ารักและเป็นมิตร ใครอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือยุโรป ไปลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ กวมคือตัวเลือกที่ดี ====================

วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด
อ่าน

วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟเป็น เป็นคำพูดที่ถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เพราะหัวใจหลักของ การเดินทางในญี่ปุ่น นั้น ก็คือ รถไฟ นั่นเอง เพราะฉะนั้นมือใหม่หัดเที่ยว ตามเรามาดู วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง ให้ได้ไปเที่ยวกันแบบไม่สะดุดตามนี้เลยค่ะ วิธีขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ 1. การซื้อตั๋วโดยสาร สามารถใช้เงินสดซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ หรือ ใช้ IC การ์ดที่ซื้อไว้ล่วงหน้าที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร (การ์ดเติมเงิน) ในการใช้บริการรถไฟได้เช่นกันค่ะ 2. วิธีซื้อตั๋วโดยสารจากเครื่องอัตโนมัติ ใครที่ใช้เงินสดซื้อตั๋วรถไฟจาก เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ สามารถทำตามขั้นตอนตามต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ตรวจสอบค่าโดยสารจากตารางค่าโดยสารใกล้ๆ เครื่องขายตั๋ว โดยดูสถานีปลายทางที่เราจะเดินทางไป กดปุ่มราคาให้ตรงกับค่าโดยสารของสถานีที่จะลงในเครื่องขายตั๋ว นำเงินใส่เข้าไปในเครื่อง รับตั๋วรถไฟ และเงินทอน Ned Snowman / Shutterstock.com 3. การเดินผ่านช่องตรวจตั๋ว หากใช้ IC การ์ด สามารถนำไปใช้ที่ตำแหน่งของช่องตรวจตั๋วที่มีรูปสัญลักษณ์ IC การ์ด และเดินผ่านได้เลย หากใช้ตั๋วรถไฟปกติขาเข้า : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋วและรับตั๋วคืน เครื่องจะเจาะรูที่ตั๋วไว้ขาออก : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋ว เครื่องจะเก็บตั๋วไปอัตโนมัติ สามารถเดินผ่านออกมาได้เลย palawat744 / Shutterstock.com 4. ตรวจสอบหมายเลขชานชลา และรถไฟ ให้ดี เพราะว่าหากเป็นสถานีรถไฟใหญ่ๆ จะมีรถไฟที่เข้าเทียบชานชลาเดียวกันหลายขบวนตามเวลาค่ะ จึงควรตรวจสอบเพื่อความถูกต้องก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ขึ้นรถไฟผิดขบวน 5. ขึ้นรถไฟ 6. ตรวจสอบชื่อสถานีต่อไปในรถขบวนรถไฟ 7. ตรวจสอบทางออกที่ควรใช้ เมื่อถึงสถานีปลายทาง เราควรตรวจสอบทางออกที่ควรใช้จากป้ายข้อมูลทางออก เพื่อจะได้ออกทางที่ใกล้ที่สุดกับสถานที่ที่เราจะไปค่ะ ประเภทของรถไฟที่ญี่ปุ่น รถไฟธรรมดา (Local) รถไฟธรรมดา สาย Local จะสามารถใช้บริการได้ในเมืองนั้นๆ บางเส้นทางจอดในทุกสถานี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวในเมืองนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล เพราะจะใช้เวลานาน รถไฟแบบเร็ว (Rapid) รถไฟแบบเร็ว จะจอดจำกัดสถานี โดยต้องเช็กให้ดีว่า สถานีปลายทางที่เราต้องการไปนั้น จอดไฟแบบเร็วนี้ จอดสถานีนั้นๆ หรือไม่ รถไฟด่วน (Express) รถไฟด่วน จะจอดจำกัดสถานี มักเป็นรถไฟที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะไกล เช่น บริการรับส่งสนามบินหลักๆ อย่างๆ รถไฟ Tokyo Monorail สนามบินนานาชาติฮาเนดะ รถไฟ Narita Express สนามบินนานาชาตินาริตะ และ รถไฟ Haruka Express สนามบินนานาชาติคันไซ ชินคันเซ็น (Shinkansen) รถไฟ ชินคันเซ็น หรือ รถไฟหัวกระสุน เป็นการเดินทางที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น โดยจะมีการจำกัดสถานีจอดที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟด่วน หรือรถไฟธรรมดา เหมาะในการเดินทางข้ามเมือง ข้ามจังหวัด หรือ ภูมิภาค ใช้เวลาในการเดินทางน้อย แต่จะมีราคาค่อนข้างแพง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! เที่ยวโตเกียว อย่างง่าย ตามสายรถไฟ 6 ย่าน 17 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านไหน ไปยังไง ไม่ต้องกลัวหลง 15 ข้อไม่ควรทำ เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น ไม่งั้นโดนคนญี่ปุ่นมองแรง !

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

เปิดลิสต์ ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกา ทรัมป์แบนประเทศไหนบ้าง? (ไม่มีไทย)
อ่าน

เปิดลิสต์ ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกา ทรัมป์แบนประเทศไหนบ้าง? (ไม่มีไทย)

สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนจะไปเที่ยวดินแดนแห่งเสรีภาพ สหรัฐอเมริกา (USA) หรือต้องติดต่อธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านที่อาจอยู่ในบัญชีรายชื่อ "ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกา" นี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ "ห้ามหรือจำกัดการเดินทางเข้า" ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลย เปิดลิสต์ ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกาทรัมป์แบนประเทศไหนบ้าง? นโยบายนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ โดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงสูง หรือมีปัญหาด้านการจัดการข้อมูลผู้เดินทาง เราไปดูกันว่ามีประเทศใดบ้างที่อยู่ในบัญชีนี้! กลุ่มที่ 1 "ห้ามเดินทางเข้าเต็มรูปแบบ" (Full Travel Ban) กลุ่มนี้คือมาตรการขั้นสูงสุดที่กำหนดให้พลเมืองต่างชาติจากประเทศเหล่านี้ ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไป ยกเว้นกรณีที่ได้รับการยกเว้นเป็นรายบุคคลเท่านั้น มาตรการนี้เป็นการแสดงออกถึงความกังวลด้านความมั่นคง และการควบคุมการเข้าเมืองที่ชัดเจนที่สุด มีทั้งหมด 12 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน พม่า / เมียนมาร์ ชาด สาธารณรัฐคองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน เยเมน กลุ่มที่ 2 "ห้ามเดินทางเข้าบางส่วน" (Partial Travel Ban) กลุ่มนี้ไม่ได้ห้ามเข้าประเทศทั้งหมด แต่เป็นการ "จำกัด" เฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าประเทศด้วยวีซ่าบางประเภทเท่านั้น เช่น วีซ่าท่องเที่ยว (B-1/B-2) หรือวีซ่าทำงานบางชนิด ซึ่งผู้ถือสัญชาติจาก 7 ประเทศนี้ ยังมีโอกาสเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ และเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าปกติมาก บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน เวเนซุเอลา กลุ่มที่ 3 ประเทศที่อาจถูก "เพิ่มใหม่" ในอนาคต (Under Consideration) นอกจากประเทศที่ถูกจำกัดแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีบัญชีรายชื่อประเทศที่อยู่ระหว่างการพิจารณา หากรัฐบาลของประเทศเหล่านี้ ไม่ให้ความร่วมมือด้านข้อมูลความมั่นคงและการตรวจสอบผู้เดินทาง ตามที่สหรัฐฯ กำหนด ก็อาจถูกเพิ่มเข้าสู่บัญชีห้ามเดินทางในอนาคต โดยแผนการขยายการแบนนี้มุ่งเป้าไปที่ 17 ประเทศ ได้แก่ แองโกลา แอนติกาและบาร์บูดา เบนิน ภูฏาน บูร์กินาฟาโซ กาบอง กาโบเวอร์ดี กัมพูชา แคเมอรูน โกตดิวัวร์ (ไอวอรีโคสต์) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จิบูตี โดมินิกา เอธิโอเปีย อียิปต์ มอริเชียส กานา สรุปภาพรวมสำหรับนักเดินทาง มาตรการเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความมั่นคง และการร่วมมือด้านข้อมูลจากประเทศทั่วโลก แม้เราจะไม่ได้ถือสัญชาติจากประเทศในบัญชีเหล่านี้ ก็ควรวางแผนล่วงหน้า และเตรียมเอกสารให้พร้อมที่สุด ถ้าใครมีแผนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ควรติดตามประกาศ และข้อมูลอย่างเป็นทางการจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดก่อนดำเนินการยื่นขอวีซ่าทุกครั้งครับ ====================

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
อ่าน

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน

ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th

เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
อ่าน

เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025 ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ
อ่าน

เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025 ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ

ใครมีแพลนจะไป เที่ยวลาว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนครับ เพราะ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลลาวจะเริ่มใช้ระบบใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว นั่นคือ ระบบลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางเข้า-ออกประเทศลาว เพื่อให้การเดินทางของเราง่าย และรวดเร็วขึ้น บอกไว้ตรงนี้ก่อนว่าสำหรับคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนเหมือนเดิมนะ รู้ไว้เผื่อพาเพื่อนต่างชาติไปเที่ยวลาวแล้วกัน 9 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว สปป.ลาว ยังไงให้ม่วนหลายๆ ไปลาวยังไงดี มีรถไฟวิ่งตรงกี่เส้นทาง? เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ ทำไมต้องลงทะเบียนก่อนเที่ยวลาว? ประเทศลาวเริ่มทดลองระบบลงทะเบียนเดินทางเข้าออกออนไลน์ ของกรมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว ภายใต้กระทรวงสันติภาพ ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยให้ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อกรอกเอกสารกระดาษที่ด่านอีกต่อไป แค่กรอกข้อมูลล่วงหน้า พอไปถึงก็แค่ยื่น QR Code กับพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ดู จัดการข้อมูลได้ได้ง่ายขึ้น เพราะมีข้อมูลของเราในระบบล่วงหน้าแล้ว จะได้ดูแลเรื่องความปลอดภัย และลดความแออัดที่ด่านได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัย เป็นการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวแบบเบื้องต้น ใช้ที่ด่านไหนบ้าง? ช่วงแรกจะมีการลองใช้ระบบนี้ที่ 4 ด่านหลักก่อน ซึ่งเป็นด่านที่นักท่องเที่ยวไปกันเยอะที่สุด ทั้งทางเครื่องบิน และทางรถยนต์ ดังต่อไปนี้ สนามบินนานาชาติวัดไต (เวียงจันทน์) สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง สนามบินนานาชาติปากเซ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (เวียงจันทน์) หลังจากใช้ได้ดีแล้ว เชื่อว่าในอนาคตก็จะขยายไปใช้ที่ด่านอื่นๆ ทั่วประเทศ ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าลาวที่ไหน? สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้ พาสปอร์ต ในการเดินทางสามารถลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของกรมตรวจคนเข้าเมืองลาว www.immigration.gov.la ขั้นตอนง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต ข้อมูลเที่ยวบิน วันเดินทาง และที่อยู่ จากนั้นก็จะได้ QR Code มาใช้ได้ 3 วัน ซึ่งเจ้า QR Code นี่แหละที่จะใช้แทนใบขาเข้า-ขาออกที่เราต้องเคยเขียน ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจได้เลย บุคคลที่ได้ยกเว้นการลงทะเบียนออนไลน์ พลเมืองลาว ชาวต่างชาติที่พำนักถาวรในลาว พลเมืองประเทศที่มีพรมแดนติดลาว (ในช่วงทดลองนี้ = คนไทย) ที่ใช้พาสปอร์ต หรือเอกสารแทนพาสปอร์ต ว่าง่ายๆ สำหรับคนไทยนั้น ยังใช้แค่ หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์เหมือนเดิม เพราะเป็นข้อตกลงพิเศษระหว่างสองประเทศจ้า! ====================

รู้จัก 7 ประเทศ BIMSTEC ชาวไทยได้เที่ยวราคาท้องถิ่น ง่ายๆแค่โชว์พาสปอร์ต!
อ่าน

รู้จัก 7 ประเทศ BIMSTEC ชาวไทยได้เที่ยวราคาท้องถิ่น ง่ายๆแค่โชว์พาสปอร์ต!

1 ในเรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยไม่ค่อยจะรู้ นั่นคือ เที่ยวในประเทศสมาชิก BIMSTEC สามารถจ่ายราคาเดียวกับคนท้องถิ่นได้! แล้ว BIMSTEC คืออะไร มีประเทศไหนบ้าง มาไขข้อข้องใจกันดีกว่า 7 ประเทศ BIMSTEC ชาวไทยได้เที่ยวราคาท้องถิ่นง่ายๆแค่โชว์พาสปอร์ต! BIMSTEC คืออะไร? Bay of Bengal Initiative for Multi‑Sectoral Technical and Economic Cooperation (BIMSTEC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2540 มีจุดมุ่งหมายหลักคือส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงาน การขนส่ง วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยมีสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ (Bangladesh) ภูฏาน (Bhutan) อินเดีย (India) เมียนมา (Myanmar) เนปาล (Nepal) ศรีลังกา (Sri Lanka) ไทย (Thailand) เป็นสมาชิก BIMSTEC แล้วดียังไง? นักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวประเทศในกลุ่มนี้ สามารถเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในราคาคนท้องถิ่นได้เลย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ เพียงแค่แสดงพาสปอร์ตประเทศไทยเท่านั้น อย่างที่เรารู้กันดีว่า ปกติจะมีการแบ่งราคาตั๋วระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนในประเทศ โดยจะมีป้ายประกาศอย่างชัดเจนว่าหากอยู่ในประเทศสมาชิก BIMSTEC ก็จะจ่ายราคา Local ได้เลย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และได้โอกาสสัมผัสวัฒนธรรมรวมถึงมรดกโลกได้ในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ นอกจากนี้ ชาวไทยอย่างเราๆ ยังได้ประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมในแต่ละประเทศ ดังนี้ อินเดีย : มี e‑Tourist Visa ฟรีสำหรับคนไทย พำนักได้ 30 วัน สองครั้งต่อปี โดยสมัครออนไลน์ล่วงหน้า ไม่ต้องไปสถานทูต เนปาล : ให้บริการ Visa on Arrival สำหรับนักท่องเที่ยวไทย (พำนักสูงสุด 15/30/90 วัน เลือกได้ตามต้องการ) สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าออนไลน์เพื่อลดเวลารอที่ด่าน เมียนมา : ยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไทย พำนักได้ 14 วัน เฉพาะทางอากาศผ่านสนามบินหลัก (ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ นัยพีตอว์) บังกลาเทศ : ปัจจุบันต้องขอวีซ่าล่วงหน้าที่สถานทูต แต่ที่ประชุม BIMSTEC ครั้งล่าสุดได้เสนอให้จัด Visa‑on‑Arrival ทั่วภูมิภาคเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ====================

"ยุโรป"เล็งขึ้น"ค่าธรรมเนียม"เข้าเมือง 3 เท่า
อ่าน

"ยุโรป"เล็งขึ้น"ค่าธรรมเนียม"เข้าเมือง 3 เท่า

CNBC รายงานว่า นักเดินทางบางส่วนอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าเมืองเพิ่มขึ้น 3 เท่า เพื่อเดินทางเข้ายุโรป หลังคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศค่าธรรมเนียมใหม่ในการขออนุญาตเดินทางออนไลน์ (European Travel Information and Authorisation System-ETIAS) เป็น 20 ยูโร จากเดิมที่ 7 ยูโรทั้งนี้ ETIAS เป็นระบบลงทะเบียนก่อนเดินทางเข้า EU สำหรับพลเมืองจากประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าแล้วเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ แต่มีแผนจะเริ่มใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 หลังจากก่อนหน้านี้เลื่อนมาหลายครั้งคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า ต้นทุนการดำเนินการและภาวะเงินเฟ้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจขยับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ค่าธรรมเนียมใหม่ของ EU จะอยู่ในระดับเดียวกับระบบการขออนุญาตเดินทางของประเทศอื่น ๆ อาทิ ETA (Electronic Travel Authorisation) ของอังกฤษที่อยู่ที่ 16 ปอนด์ และ ESTA (Electronic System for Travel Authorization) ของสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ราว 21 ดอลลาร์สำหรับการยื่นขออนุญาตเดินทางผ่านระบบ ETIAS ของยุโรปจะใช้กับนักเดินทางที่ได้รับยกเว้นวีซ่าในการเยือน 30 ประเทศในยุโรป สามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน ในระยะเวลา 180 วัน แต่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือสูงกว่า 70 ปี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของพลเมือง EU ผู้ที่จะยื่นขอเดินทางล่วงหน้าผ่านระบบ ETIAS ครอบคลุม 59 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และอังกฤษอย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องขออนุญาตผ่านระบบ ETIAS โดยยังต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ขณะที่ EU เตรียมทดลองใช้ระบบบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกเขตเชงเก้นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Entry/Exit System-EES) ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ภาพถ่ายใบหน้า ลายนิ้วมือ

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
อ่าน

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว

ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่  29  ตุลาคม  2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่  30  มิถุนายน  2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง  6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ
อ่าน

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ

ใครอยากไปเรียนต่อ สหรัฐอเมริกา หรือไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การเตรียมตัวเรื่อง ขอวีซ่าอมเริกา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ วีซ่าประเภท F, M, และ J ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้เรื่อง โซเชียลมีเดีย ของเราเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาวีซ่าด้วยนะ! ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ วีซ่า F, M, J คืออะไร? มาทำความเข้าใจกันก่อน! ก่อนจะไปถึงเรื่องโซเชียลมีเดีย เรามาทบทวนกันก่อนว่า วีซ่าทั้ง 3 ประเภทนี้แตกต่างกัน อย่างไรบ้าง : วีซ่า F-1 (Student Visa): สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการไปเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือโรงเรียนสอนภาษาที่ได้รับการรับรอง วีซ่า M-1 (Vocational Student Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนสายอาชีพ หรือหลักสูตรที่ไม่ใช่วิชาการ เช่น โรงเรียนสอนทำอาหาร โรงเรียนสอนศิลปะ หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่เน้นการฝึกฝนทักษะ วีซ่า J-1 (Exchange Visitor Visa): สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Work and Travel, Au Pair, Visiting Scholar หรือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด เรียนต่ออเมริกา โซเชียลมีเดียต้องตั้งสาธารณะ! จากการประกาศของ U.S. Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวีซ่า มีสิทธิ์ในการขอตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียของคุณได้ และผู้สมัครจำเป็นต้องตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดให้เป็นสาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึง และตรวจสอบข้อมูลได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ทำไมต้องตรวจสอบโซเชียลมีเดีย? จุดประสงค์หลักคือเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้สมัคร โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนโปรไฟล์ของคุณ ทั้งกิจกรรม และพฤติกรรม เพื่อดูว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่อาจขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายของสหรัฐฯ หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเครือข่ายความสัมพันธ์ เพื่อดูความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นภัย และยังประเมินเจตนาที่แท้จริง เพื่อยืนยันว่าวัตถุประสงค์ในการเดินทางของคุณตรงกับประเภทวีซ่าที่ขอหรือไม่ สุดท้าย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลในโซเชียลมีเดียของตรงกับที่กรอกในแบบฟอร์มขอวีซ่า ข้อมูล :www.facebook.com/usembassybkk/posts ====================

Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง
อ่าน

Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง

ไขข้อสงสัย Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร? เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ที่ประชุมนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการยกเว้นค่าผ่านแดน รวมถึงมีการพูดคุยถึงประเด็น Border Pass ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในบริบทของการเดินทางข้ามชายแดน ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการถกเถียงและเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะและการใช้งานของ Border Pass อย่างแพร่หลาย เมื่อพูดถึงการเดินทางข้ามประเทศ เรามักจะคุ้นเคยกับเอกสารสำคัญอย่าง หนังสือเดินทาง (Passport) แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ยังมีเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Border Pass ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณชายแดนและต้องเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยๆวันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Border Pass และ Passport เพื่อให้คุณเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า เอกสารทั้งสองนี้มีหน้าที่อย่างไร ใช้งานได้ในกรณีใดบ้าง และเหมาะกับใคร1. รูปแบบและลักษณะของเอกสาร- Passport (หนังสือเดินทาง)หนังสือเดินทางเป็นเอกสารทางราชการที่ออกให้กับพลเมืองของแต่ละประเทศเพื่อใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก มีรูปแบบเป็นเล่มเล็ก มีข้อมูลส่วนบุคคล รูปถ่าย และข้อมูลการออกหนังสือเดินทาง รวมถึงที่สำหรับประทับตราวีซ่าหรือประทับตราผ่านแดนจากประเทศต่างๆ- Border Pass (บัตรผ่านแดน)Border Pass เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่อาศัยหรือมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้เดินทางข้ามเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ลักษณะอาจเป็นเล่มเล็กคล้ายหนังสือเดินทางหรือเป็นบัตรที่มีข้อมูลส่วนตัวและระบุเขตที่สามารถใช้เดินทางได้ โดยมักมีข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลาการใช้งาน2. วัตถุประสงค์การใช้งาน- Passportใช้สำหรับการเดินทางข้ามประเทศทั่วไป ไม่จำกัดเขตหรือระยะทาง สามารถใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือพำนักอาศัยในต่างประเทศตามกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ- Border Passออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ชายแดน สามารถเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้นในพื้นที่จำกัด เช่น พื้นที่ชายแดนที่มีระยะห่างไม่เกิน 3-30 กิโลเมตร โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ หรือขอวีซ่าที่ซับซ้อนเหมือนการเดินทางทั่วไป ใช้สำหรับเข้าออกเขตแดนแบบชั่วคราวหรือถาวรในบริเวณชายแดนเท่านั้น 3. ขอบเขตการเดินทาง- Passportเดินทางได้ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางและเงื่อนไขการเดินทางระหว่างประเทศ- Border Passจำกัดพื้นที่เดินทางเฉพาะชายแดนเท่านั้น เช่น ใช้เดินทางระหว่างจังหวัดชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย ไม่สามารถใช้เดินทางเข้าพื้นที่ภายในประเทศของอีกฝ่ายหรือเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ ได้4. ประเทศที่ไทยมีข้อตกลงใช้ Border Passประเทศไทยมีข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการใช้ Border Pass สำหรับการเดินทางข้ามแดนในบริเวณชายแดน ได้แก่- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว)- ราชอาณาจักรกัมพูชา (กัมพูชา)- สหภาพเมียนมา (เมียนมา)- มาเลเซียโดย Border Pass เหล่านี้จะออกให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่มีความสัมพันธ์และความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตแดนในระยะสั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขาย การทำงาน หรือเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในบริเวณพื้นที่ชายแดน5. ระยะเวลาการใช้งานและการต่ออายุ- Passportมีอายุประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ สามารถต่ออายุได้ตามกฎหมาย- Border Passมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว เช่น แบบถาวรมีอายุประมาณ 1 ปี ใช้เข้าออกได้หลายครั้ง ส่วนแบบชั่วคราวมีอายุสั้น อาจใช้ได้ 7 วัน หรือใช้เข้าออกได้ครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ6. กระบวนการขอและการลงทะเบียน- Passportผู้ขอต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) พร้อมส่งเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด- Border Passมักจะมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ง่ายและรวดเร็วกว่า เพื่อให้คนในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้เดินทางได้สะดวก โดยต้องยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และมักมีข้อกำหนดจำเพาะ เช่น ต้องเป็นผู้มีถิ่นฐานในพื้นที่ชายแดน และใช้ได้เฉพาะด่านผ่านแดนที่ระบุไว้7. ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย- ชาวไทยที่อาศัยตามชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย สามารถใช้ Border Pass ในการเดินทางเข้า-ออกด่านชายแดนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ- ในกรณีเดินทางไกลหรือเดินทางเข้าพื้นที่อื่นๆ นอกเขตชายแดน ต้องใช้ Passport และปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางBorder Pass จึงเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามแดนระยะสั้นในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ Passport เหมาะกับการเดินทางระยะไกลทั่วโลกถ้าคุณอาศัยในพื้นที่ชายแดนหรือมีความจำเป็นต้องข้ามแดนบ่อยในระยะสั้น Border Pass จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่ถ้าต้องเดินทางทั่วไป ต้องใช้ Passport เท่านั้น

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ทรัมป์อาจแบนอีก 36 ประเทศ ห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ
อ่าน

ทรัมป์อาจแบนอีก 36 ประเทศ ห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาที่จะแบนห้ามประชาชนจากอีก 36 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลังจากที่ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ข้อมูลนี้มาจากทางกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีการลงนาม โดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ โดยทางการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ มีความกังวลเกี่ยวกับประเทศเหล่านี้ ทั้ง 36 ประเทศ ที่กำลังถูกพิจารณาห้ามเข้าสหรัฐฯ และแนะนำว่าควรจะมีมาตรการอะไรบางอย่างออกมาใช้กับประเทศเหล่านี้ ซึ่งสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กังวลก็คือ 36 ประเทศนี้ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดของและมีศักยภาพมากพอที่จะตรวจสอบประวัติหรือหลักฐานของคนที่ขอวีซ่าเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ จึงอาจจะทำให้บุคคลที่มีความเสี่ยงหลุดรอด เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ได้ ผ่านการขอวีซ่าจากประเทศเหล่านี้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ จึงกำลังพิจารณาว่าอาจจะแบนประชาชนจาก 36 ประเทศนี้ ไม่ให้เข้ามาในสหรัฐฯ โดยสมบูรณ์แบบ หรืออาจจะจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในบางส่วน ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีขั้นตอนการขอวีซ่าที่เข้มงวดรัดกุมมากขึ้น และใช้เวลานานขึ้น โดยทางสหรัฐฯ จะให้เวลาประเทศเหล่านี้ 60 วัน ในการปรับปรุงการตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ซึ่งหากยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ทางสหรัฐฯ วางไว้ ก็อาจจะเสี่ยงถูกแบน ห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯความกังวลเรื่องอื่น ๆ ที่สหรัฐฯ มีต่อประเทศเหล่านี้ ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น ประชาชนจากประเทศเหล่านี้ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ แล้ว มักจะอยู่เกินเวลาที่อนุญาต ในอัตราที่สูง และทางรัฐบาลของประเทศนั้นก็ดูไม่ให้ความร่วมมือในการส่งตัวประชาชนของตัวเองกลับประเทศ และก็มีประชาชนในบางประเทศที่มีการเคลื่อนไหวที่ส่งเสริมการก่อการร้าย การต่อต้านชาวยิว และต่อต้านอเมริกา ซึ่งหากอนุญาตให้ประชาชนจากประเทศเหล่านี้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ก็อาจจะทำให้สหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ แต่มาตรการนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกปฎิบัติ และทำลายความหวังผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจำนวนมาก ที่หวังจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหรัฐฯ

หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
อ่าน

หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ

มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================